เรื่องบล็อกที่ Wordpress

posted on 22 Feb 2013 13:28 by bank-genesis
กลับมาตายรังอีกรอบที่นี่ดูสถานการณ์ก่อน เนื่องจากตอนนี้ที่ Wordpress โดนเขาบล็อกไปแล้ว สาเหตุจากที่อ่าคือเรื่องของ สแปม และผมได้ทำการจัดการสแปมทั้งหมดในบล็อกจนเกลี้ยงแล้ว แต่วันนี้ลงโพสต์ใหม่ก็โดนเล่นเข้าให้อีก ตอนนี้เลยทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว
 
ที่แน่ๆคือยังไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงต่อไปด้วย ถ้าที่ Wordpress ทำงานต่อไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะกลับมาที่นี่ต่อ เพราะ Blogger ก็เห็นว่ามีสิทธิ์จะโดนเล่นอยู่สูงเหมือนกัน 
 
จริงๆ ต้องขอบอกว่างงมากครับ เพราะปกติก็ใช้งานได้มาเกือบ 2 เดือน แต่วันนี้กลับโดนเล่นซะงั้นแบบงงๆ แถมแจ้งไปได้คืนมาก็สบายใจหน่อย แต่พอตอนบ่ายลงข่าวใหม่ ก็เป็นอีก เลยสงสัยว่างานนี้อาจจะอยู่ไม่ยาว ถ้าได้คืนมาก็อาจจะโพสต์อะไรไม่ได้เลยก็เป็นได้ ตอนนี้เลยไม่แน่ใจจริงๆว่าจะเอาไงดี 
 
*อัพเดตเพิ่มเติมหลังจากที่ตามอ่านสาเหตุการโดนแบนดู จากหลายๆที่ อาจจะเป็นเพราะลงข่าว หรือโพสต์ต่อวันมากเกินไปทำให้เขาคิดว่าเรากำลังทำสแปมโพสต์บล็อก จึงแบนหรือบล็อกซะ ถ้าเป็นอย่างงั้น ดูจะอยู่ยากขึ้นแฮะ 
 
ต้องขอบอกว่าที่ผมชอบทาง Wordpress เพราะระบบการจัดหน้าของเขาดีมาก ของ Exteen นั้นยังไม่มีการตัดหน้าขึ้นหน้าใหม่เท่าไร ทำให้ค่อนข้างลำบากอ่านของผู้อ่าน (และคนเขียนเองด้วย) จุดนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ผมอยากเปลี่ยนบล็อกในการเขียน แต่ก็ถือว่าศึกษามาไม่ดีเองทำให้โดนแบบนี้ 
 

**รอบนี้ท้อกว่าเดิมอีก เปิดบล็อกใหม่ โดนยิงร่วงในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งๆที่เพิ่งจะลงแค่สปอย(เก่า) ไม่ได้ทำอะไรเลย ดูแล้ว ตอนนี้หมดอารมณ์มาก ไม่อยากกลับไปใช้ Wordpress แล้วแฮะ ว่าจะลอง Blogger แต่ถ้าโดนยิงร่วงไปอีกรอบนี่คงฮาไม่ออก ช่วงนี้ค่อนข้างหมดอารมณ์ไปเลย แจ้งข่าวได้แค่ทางนี้กับทวิตเตอร์เท่านั้น 

ตอนนี้คิดว่าจะไปที่นี่นะครับ แต่ยังไม่ลงตัวเท่าไรนัก ต้องปรับตัวอะไรอีกเยอะเลย 

http://bank-genesis.blogspot.com/

edit @ 22 Feb 2013 17:35:04 by Genesis

Preview - All-New X-Men #6

posted on 24 Dec 2012 18:41 by bank-genesis in Comics directory Cartoon, Entertainment
อันนี้คงเป็นเอ็นทรี่สุดท้ายล่ะนะครับ ซึ่งตอนนี้ผมได้ย้ายไปทางนั้นเรียบร้อยแล้ว สามารถตามไปอ่านข่าวสารกับสปอยที่ทาง http://bankcomics.wordpress.com ได้เลยนะครับ 
 
ตอนนี้ล่าสุดก็คือ พรีวิว All-New X-Men #6 ครับ 
 

เรื่องย้ายบล็อกครับ

posted on 24 Dec 2012 10:41 by bank-genesis
คือตอนนี้ทางผมได้คิดว่าในปีหน้าอาจจะเปลี่ยนบล็อกไปเป็นของ World press น่ะครับ เนื่องจากการลงสปอยที่ทางนั้นจะลงได้ง่ายกว่า  เพราะเอาจากเวิร์ดมาใส่ได้เลย ซึ่งปัจจุบันที่ลงนี่ผมต้องเอาใส่โน๊ตแพทด์ก่อนแล้วค่อยมาแตกบรรทัดอีกที ทำให้บางครั้งมันดูมั่วๆไปบ้าง เลยกะว่าจะย้ายไปทางนั้นน่าจะเข้าท่ากว่า แถมดูเป็นระเบียบของหน้ากว่าด้วยน่ะครับ 
 
ซึ่งในตอนแรกผมก้ไม่ได้กะจะสปอยอะไรมากเลยเลือกที่นี่ แต่มันก็ยาวๆไปแล้วตอนนี้ผมเลยกะว่าจะเปลี่ยนใหม่ในปีหน้าเลย ซึ่งที่นี่ก็คิดว่าจะยังคงเอาลิ้งมาลงไว้ใน Index เพื่อให้เข้ามาหาอ่านกันได้อยู่ครับ แต่ตัวสปอยจริงๆก็คงจะลงกับทางนั้นแทน
 
ตอนนี้ผมเปิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเป็นที่นี่แทนนะครับ http://bankcomics.wordpress.com/  เพื่อนที่ติดตามกันก็เข้าไปอ่านต่อกันได้ที่นี่นะครับ Cool
 
 

edit @ 24 Dec 2012 14:28:57 by Genesis

[Spoil] - Earth-2 #7

posted on 22 Dec 2012 22:27 by bank-genesis in Spoil-Comics directory Cartoon, Entertainment
Earth-2 #7 : Heaven Sent 
เรื่องโดย: James Robinson
ภาพ : Nicola Scott 
 
 
เรื่องราวภายหลังการต่อสู้กับ Grundy ที่เหมือนจะเป็นวันอันสงบสุข
แต่แท้จริงแล้ว พายุใหญ่แค่เพิ่งก่อตัวเท่านั้น
 
 
แต่ละประเทศ ทั่วทุกมุมโลก ต่างประกาศและเผยแพร่ข่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของเหล่าสามมหัศจรรย์รุ่นใหม่ The Flash , Green Lantern และ Hawkgirl หรือแม้กระทั่ง Atom เหล่านักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่ทราบที่มาของเหตุการณ์ที่เหล่าพืชพรรณโจมตีไปทั่ว และยิ่งไม่รู้ว่าทำไมโลกถึงสามารถฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง แต่ในข่าวร้ายย่อมมีข่าวดี 
“และในรายงานข่าวอื่นๆ ได้มีการแจ้งมาว่า อลัน สก๊อตต์ ผู้นำบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการสื่อสารรวมไปถึง C.E.O. ของบริษัท นั้นรอดจากเหตุการณ์ระเบิดที่ประเทศจีน”
“— และเนื่องจากการสื่อสารที่ผิดพลาดไป ทำให้เราได้รู้ว่าคุณสก๊อตต์นั้นขึ้นตกรถไฟในรอบนั้น ทำให้เขารอดมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ –“
“—และภายหลังจากสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงเมื่อวาน ซึ่งพวกเราต่างหวาดกลัวถึงผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น พวกเราทุกๆคนที่ G.B.C. ขอรายงานด้วยความยินดีว่า—“
 
“—อลัน สก๊อตต์ นั้นสบายดีแล้วในตอนนี้”
แม้ข่าวจะประกาศออกไปเช่นนั้น แต่ความเป็นจริงก็คือ สภาพร่างกายนั้นดีตามที่ประกาศ แต่จิตใจของเขาแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆภายหลังการตายของยอดรักของเขา แซม และจากสภาห้องก็เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าเขาโมโหจนบ้าแค่ไหน และเมื่อเขาเริ่มคิดได้จึงค่อยๆลุกขึ้นเดินออกจากห้อง
 
ผ่านห้องรับแขกที่เละเทะด้วยความโกรธเกรี้ยวของเขา และเขาได้ทิ้งแหวนพลังไว้ที่รูปถ่ายของเขากับแซม สื่อทางใจของเขาในขณะนี้ แต่เมื่อเขาเดินออกไปยังระเบียง ที่นั่นเขากลับได้พบกับแขกที่เขาคาดไม่ถึง
 
นั่นก็คือ Hawkgirl ที่ตามสืบตัวตนของเขาจนพบนั่นเอง
Alan : นี่เธอหาฉันเจอได้ยังไงเนี่ย ฮอร์คเกิร์ล
Hawkgirl : ก็นะฉันดันมีพรสวรรค์ในด้านนี้นี่สิ ทั้งเรื่องปริศนา, การตามหาเงื่อนงำ หรือเบาะแส, การงัดแงะ รวมไปถึงการแก้ปัญหาที่มันยุ่งยากด้วย
Hawkgirl : ว่าแต่  วิวตรงนี้สวยเป็นบ้าเลย
Alan : ฉันก็เคยคิดแบบนั้นนะ จนกระทั่งฉันได้เห็นที่มันดีกว่านี้จริงๆหลังจากที่ฉันได้พลังนี้มา...แต่ฉันว่าเธอก็คงไม่ต่างกันหรอกมั้ง 
Alan : แล้วนี่เธอรู้ตัวตนของฉันได้ยังไงกันแน่
 
Hawkgirl : ก็จากอุบัติรถไฟระเบิดที่ประเทศจีน – หรือสำหรับนายมันคงจะเหมือน “เพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้” ซึ่งนายก็รอดมาได้  แต่ยังไงก็ตามที่นั่นก็เป็นสถานที่ที่ กรีน แลนเทิร์น ได้ปรากฏตัวออกมาเป็นครั้งแรก 
Hawkgirl : แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทั้งส่วนสูงของนาย และสรีระร่างกายต่างๆด้วยเลย นี่นายคิดว่าปริศนาแค่นี้มันยากเกินกว่าฉันจะแก้ได้หรือไงกัน
Alan : ก็ได้ เธอรู้ตัวตนของฉันแล้ว เค็นดร้า –เจ้าอะตอมมันเรียกเธอว่ายังงั้นน่ะ แล้วตกลงจะเอาไงกันต่อ
Hawkgirl : เค็นดร้าเหรอ ก็ได้...แล้ว Hawkgirl ก็ถอดหน้ากากออกมา แสดงใบหน้าที่แท้จริงของเธอให้อลันเห็น
Kendra : ...ชื่อของฉันคือ Kendra Munoz Saunders และฉันเป็น...
Alan : เดี๋ยวนะ ฉันเคยได้ยินเรื่องของเธอนี่...เธอใช่นักโบราณคดีคนนั้นใช่มั้ย
Kendra : นั่นมันเป็นคำเรียกอย่างสุภาพน่ะ เพราะงั้นไม่ใช่ ฉันเป็นนักล่าสมบัติต่างหากเล่า
Alan : G.B.C. เคยถ่ายทอดเรื่องราวของคุณด้วยนี่ใช่มั้ย
Kendra : ใช่ เมื่อ 2 ปีก่อน และตอนนั้นก็ไม่มี “นักโบราณคดีคนนั้น” ซะด้วย อีกอย่าง ทั้งหมดที่ฉันทำลงไปนั่น มันเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าพวกโจรขโมยสุสานของฉัน
Kendra : ซึ่งฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร บางทีมันอาจจะรุนแรงไปหน่อย แต่มันก็เป็นเรื่องจริงล่ะนะ...
 
Kendra : แล้วจากนั้นฉันก็เลยตัดสินใจที่จะทำตามคำขอของเจ้าพวกกองกำลังโลกดูซะหน่อย –และหลังจากการผจญภัยบ้าๆนั่น ในท้ายที่สุดมันก็ทำให้ฉันได้เจ้าปีกเวรนี่มาไงล่ะ
Alan : “เวร” เลยเหรอ แต่มันทำให้คุณกลายเป็นผู้วิเศษในตอนนี้ไม่ใช่เหรอ ถ้าเป็นบางคนคงจะบอกว่าคุณได้รับพรจากพรเจ้าเลยนะนั่นน่ะ
Kendra : อ๋อเหรอ ถ้างั้นลองบอกให้ไอเจ้าคนพวกนั้นลองเข้าบาร์หรือไปดูหนังพร้อมกับเจ้าปีกคู่นี้ดูสิ แล้วพวกนั้นคงจะเปลี่ยนใจแทบไม่ทันเลยล่ะ
Kendra : ซึ่งจริงๆฉันก็ยังไม่เคยลองหรอกนะ –ก็เพราะเจ้ากองกำลังโลกตามล่าฉันอยู่ตลอกเวลาเลยไงล่ะ
Alan : เอิ่ม ขอโทษทีละกันทีพูดแบบนั้นออกไป แต่ก็นะชีวิตที่ถูกกลั่นแกล้งเองก็ไม่ใช่ชีวิตที่ดีนักหรอกนะ
Kendra : ฉันเองก็ต้องขอโทษเหมือนกันแหละ เพราะจากเหตุการณ์รถไฟระเบิดมันทำให้แฟนของคุณตายไป ...มันคงจะเศร้าน่าดูเลยล่ะนะ
Kendra : แล้วที่พวกของตกแต่งบ้านพวกนั้นกลายเป็นแบบนั้น...ก็เพราะเขาใช่มั้ย...ใช่ชื่อว่า แซม หรือเปล่า
Alan : ใช่ แซม ถูกต้องแล้ว ฉันเป็นคนที่สามารถควบคุมอารมณ์ของเขาได้ แต่มันก็ตามปกติแหละนะ ที่จริงฉันก็คิดว่าตัวเองจะเก็บความเศร้าโศกไว้ในใจได้ แต่เมื่อเช้าฉันกลับตื่นขึ้นมาพร้อมกับความโมโหที่เอาไปลงกับทุกๆอย่าง
Alan : นั่นเป็นเพราะ...ฉัน...คิดถึงเขามากเหลือเกิน
Kendra : และนั่นก็แสดงว่านายเองก็เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนกับพวกเรานั่นแหละ
Alan : ไม่ ฉันน่ะ...เอิ่ม...เอ่อ...ก็คงงั้นละมั้ง
Kendra : ถ้างั้นก็มาร่วมทีมกับพวกเราสิกับ แฟลช และ ฉัน เพื่อรับมือกับสิ่งอื่นๆที่จะตามมา
Alan : ฉันก็บอกไปแล้วไง ว่าฉันไม่สนใจน่ะ
Alan : แล้วนี่แฟลขไปไหนของเขาล่ะ กำลังจะมาหรือไง
Kendra : หมอนั่นมีเรื่องส่วนตัวต้องไปจัดการน่ะ และเมื่อทุกๆอย่างมันโอเค เราค่อยมาพบกันใหม่น่ะ... และนั่นแหละฉันหมายถึง นาย, ฉัน กับหมอนั่น จะเป็นทีมเดียวกัน
Alan : ไม่ต้องเลย ฉันเป็นคนที่...คนที่...ทำตามที่ตัวเองต้องการนะ ฉันไม่เคยทำงานเป็น “ทีม” เลยสักครั้งเดียว
 
Kendra : อ้อเหรอ แต่แหวนของนายก็เคยทำให้นายผิดหวังไปทีแล้วนะ
Alan : แล้วไงล่ะ ถึงมันจะเกิดขึ้นอีกครั้งแล้วทำไมล่ะ ฉันรับมือได้น่ะ
Kendra : เปล่าเลย ที่ฉันจะบอกนายก็คือ ถ้านายไม่มีแหวนละก็นะ...ไม่ว่ามันจะมีพลังมรกตอยู่ในตัวนายหรือไม่ก็ตาม...
Kendra : ...นายก็เป็นได้แค่เป้าหมายไร้ทางสู้ไงล่ะแล้ว
Hawkgirl ก็ยิงลูกศรของเธอออกไป มันเลยผ่านตัว Alan ไปแต่สอยแหวนและตรงเข้าเสียบยังรูปของ Sam ที่ถ่ายคู่ Alan จนตรงไปฝังที่พนังด้านตรงข้าม และนั่นทำให้ Alan อึ้งไปชั่วขณะ
 
แต่เมื่อเขาคิดได้มันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธ และแหวนตอบรับกับเขา มันหักลูกศรทิ้งและตรงดิ่งไปสวมเข้าที่นิ้วของ Alan ทันที และเขาก็หันกายกลับไปเพื่อจะเอาคืนกับสิ่งที่ Hawkgirl ทำไว้ทันที แต่ Hawkgirl ก็บินหายไปแล้ว
 
ฐานทัพใหญ่ของกองกำลังโลก, โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
World Coucil : นี่คุณไม่มีอะไรจะแจ้งมากกว่านี้แล้วงั้นเหรอ ท่านผู้บัญชาการ คาน
World Coucil : การตัดสินใจของสภากองกำลังโลกนั้นถือเป็นที่สุด เทอร์รี่ สโลน จะยังคงอยู่ต่อไป และนอกจากนี้เราจะให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสติปัญญาและอัจฉิริยะภาพของเขา และด้วยเรื่องนี้ พวกเราจึงขอยุติการประชุมแต่เพียงเท่านี้
World Coucil : และแน่นอนว่าคุณอาจจะเลือกที่จะลาออกก็ได้นะ อามาร์ แต่ผมเองก็อยากจะให้คุณคิดให้ดีก่อน อย่าได้ด่วนตัดสินใจอะไรให้มันเร็วเกินไป 
Kahn : เหมือนกับที่สั่งยิงขีปนาวุธถล่มเมืองหลวงของอเมริกานั่นน่ะเหรอครับ ถ้างั้นละก็ใช่แล้วล่ะ ท่านนายพล บาร์ธโธโลมิว ผมเลือกที่จะทิ้งหน้าที่นี้ให้คนอื่นดีกว่า
ซึ่ง Sloan เองก็อยู่รับฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วย แต่ดูเหมือนเขายังไม่ไว้วางใจกับท่าทีของ Kahn ซะทีเดียว
 
Sloan : คาน สำหรับคำพูดของคุณนั่นน่ะ ผมเองก็ไม่อยากทำตัวไร้เดียงสาหรือจะสบประมาทคุณด้วยการพูดว่า “ตัดสินใจได้ง่ายจริงๆเลยนะ” กับคุณหรอกนะ แต่จริงๆแล้วผมเองก็หวังจากใจจริงว่าอย่างน้อยๆเราก็น่าจะได้ทำงานร่วมกันนะ 
Kahn : อ้อนายคิดงั้นเหรอ สโลน แล้วนี่ดูฉันไม่ใช่ผู้ชายผู้โชคดี หรือไงกัน หรือนายจะให้ฉันเป็น...
Sloan : ทำไมถึงมาหยุดเอาตอนนี้ล่ะ ทั้งที่คุณก็พูดจาตรงไปตรงมามาตลอดนี่
Kahn : เอางั้นก็ได้ ไอ้การที่นายได้มาเป็นหัวหน้าหน่วยผู้ควบคุมแผนกวิทยาศาสตร์ของกองกำลังโลกนี่น่ะ มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเลยล่ะ
Sloan : แต่ในสายตาของสภาโลก ผมมันก็พอๆกับคุณนั่นแหละ—มันก็เหมือนนกับการมีก้อนกรวดสักก้อนอยู่ในร้องเท้าคุณนั่นแหละ ผมมั่นใจว่ามันต้องเป็นแบบนั้น
Kahn : เอาล่ะ ฟังนะ นายน่ะอาจจะเป็นชายที่เรียกได้ว่าฉลาดที่สุดในโลก...และถ้านั่นมันจะช่วยเหลือกองกำลังโลกในการพิชิตเป้าหมายใหญ่ที่สุดอย่างการปกป้องแล้วละก็...ฉันก็ขอบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ดี
Kahn : แต่สำหรับฉันน่ะ นายก็เป็นแค่บุคคลอันตรายต่อสังคมและไอบ้าที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เท่านั้นแหละ และฉันก็จะจับตามองการกระทำของนายให้หนักขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย แล้วนั่นแหละคือสิ่งที่ฉันจะทำ...ไม่สิ มันคือเหตุผลที่ฉันไม่ได้ลาออกจากสถานที่อันต่ำช้าของแกนี่แหละ
Sloan : ผมน่ะจะต้องรายงานตรงไปยังสภาโลกทุกครั้งนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่หรืออะไรก็ตามที่ผมได้ทำการพัฒนา—อย่างเช่น วันเดอร์ โปรโตคอล, โปรเจ็ค : biohive  หรืออะไรก็ตาม—และเมื่อพวกมันเสร็จสิ้นมันก็จะถูกส่งไปถึงมือของคุณเพื่อที่จะได้ใช้มันในการปกป้องโลกของเราอย่างแน่นอน
Sloan : แต่เมื่อพวกเขากำหนดให้ผมเป็นคนกำหนดสถานะต่างๆเองแล้ว ถึงแม้จะมีคนที่มีตำแหน่งหรือยศเทียบเท่ากันคุณก็ตาม ผมยังคงอนุญาตให้มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่สามารถติดตามงานของผมได้ตลอดเวลาแม้จะเป็นช่วงที่มันยังไม่เสร็จก็ตามที
Sloan : และตอนนี้ผมขอเดาว่าคุณคงกำลังมือขุดขุ้ยอะไรอยู่สินะ
Kahn : ขุดอะไรเหรอ ฉันไม่ใช่คนทำเหมืองนะ
Sloan : อย่าเฉไฉไปไหนเลย คุณก็รู้ดีนี่ว่าผมหมายถึงอะไรน่ะ—คุณน่ะพยายามที่จะเปิดโปงเรื่องของผมเท่าที่คุณทำได้...ไม่ว่าจะเป็นการตามหาฐานลับของผม...หรือความลับของตัวผมก็ตาม
Kahn : อ้าว นี่นายมีฐานลับด้วยเหรอเนี่ย ฉันเพิ่งจะรู้น่ะเนี่ย
Sloan : ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันแหละ อามาร์ หรือคุณคิดว่าผมจะรู้ล่ะ
Kahn : นี่ สโลน ฉันก็ขอพูดตรงๆเลยนะ...ฉันก็คิดไม่ถึงเรื่องแบบนั้นเหมือนกัน
 
อีกด้านนึงที่ ฝรั่งเศส หน่วยมนุษย์ทราย (Sandman) ได้มาถึงยังสถานที่ที่ Amar คิดว่าเป็นฐานทัพของสโลน เขาจึงส่งหน่วยมนุษย์ทรายโดยการนำของ Wesley Dodds ไปยังที่นั่น เพื่อปฏิบัติการภารกิจลับระหว่างที่ตัวเองคุยอยู่กับสโลน
 
และเมื่อเตรียมการเสร็จสิ้น เหล่า Sandman ก็เคลื่อนพลเข้าไปด้านใน พวกเขาเข้าไปด้านในเรื่อยๆ ซึ่งตัว Amar ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าพวกเขาอาจจะพบกับใครบางคนที่ชื่อ...
 
Michael Holt หรือ Mister Terrific ซึ่งเดินทางข้ามมายังจักรวาลนี้และถูก Sloan จับตัวไปนั่นเอง เพียงแต่ดูเหมือนตอนนี้ทั้งคู่จะเป็นพวกเดียวกันไปซะแล้ว และเขาก็เข้าเล่นงานหน่วยมนุษย์ทรายทันที
Mr.Terrific : พวกนายพลาดแล้วล่ะ ท่านสุภาพบุรุษท เพราะสโลนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่...
Mr.Terrific : ...มีแค่ฉันเท่านั้น
 
Wesley : นาย คือ โฮลท์ ใช่มั้ย นี่นายคือ มิคาเอล โฮลท์ ใช่มั้ย ผมคือ พันเอกด็อดด์ แห่งกองกำลังโลก
Weslry : และพวกเรามาที่นี่เพื่อช่วยคุณนะ—ก็นะถ้าคุณบอกเราได้ว่าสโลนจับตัวคุณไว้...
Wesley : พวกเราก็จะมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ
“ชายคนนี้ ปรากฏตัวออกมาจากช่องว่างมิติที่แมนฮันตัน เมื่อไม่นานมานี้ และมันมีบางอย่างที่ทำให้ข้อมูลต่างๆมันค่อนข้างจะสับสน แต่ยังไงก็ตามมีรายงานว่ามีผู้พบเห็นสโลนปรากฎตัวขึ้นที่นั่นในช่วงเวลานั้น และเขาเล่นงานเข้าโฮลท์ก่อนที่จะพาตัวเขาไป”
“สโลนเรียกชื่อเขาว่า “โฮลท์” แต่ก็มีการกล่าวถึงอีกชื่อว่า “มิสเตอร์ เทอร์ริฟิค” ด้วย”
“หือ งั้นก็คือเรามี Mr.Terrific กับ Mr.8 งั้นสินะ”
Wesley พยายามเจรจากับ Mr.Terrific แต่เขาก็ไม่ยอมให้ดีๆ นอกจากนี้สมาชิกบางคนยังโดนเขาเล่นงานจนร่วงไปแล้วด้วย ซึ่งดูเหมือน Wesley เองก็กำลังจะเสียท่า ลูกน้องของเขาจึงพยายามเข้าไปช่วย
Mr.Terrific : ฉันกำลังทำงานให้กับสโลน ตามที่เขาเสนอมาให้ฉัน
และเมื่อได้ยินดังนั้น Wesley ก็รู้แล้วว่าการเจรจาล้มเหลวแหงๆจึงต้องเปลี่ยนแผน
Wesley : เยี่ยมเลย งั้นเปลี่ยนไปใช้แผน B หลับไปซะ
ลูกน้องที่จะเข้าไปช่วยก็เบนความสนใจของ Mr.terrific ได้พอดี และนั่นทำให้เขาโดนปืนของ Wesley เข้าอย่างจัง
“จะยังไงก็แล้วแต่ เจ้าหมอนี่ก็มีค่าพอที่จะทำให้เจ้าสโลนออกมาจากที่ซ่อนเพื่อมาเอาตัวเขาไปละนะ และนั่นมันทำให้ฉันเริ่มอยากจะรู้แล้วสิ ว่าทำไมกัน”
 
ตัดกลับมายังฐานใหญ่ของกองกำลังโลกSloan กับ Kahn เดินทางมาถึงห้องแล็บที่กำลังทำการสร้างหุ่นแอนดรอยด์ฮีโร่ “Red Tornado” 
Sloan : และผมคงต้องขอรับเจ้านี่ไปด้วยละน่ะ ในฐานะของขวัญน่ะ และแน่นอนว่า...เพื่อนำตัวไปยัง ศูนย์รวมตัวของเหล่าผู้วิเศษ ที่ พอร์ตแลนด์ อเมริกา 
Sloan : นั่นเพราะเจ้านี่ The Red Tornado น่ะ นักวิทยาศาสตร์ของพวกคุณไม่สามารถทำให้มันทำงานได้อย่างสมบูรณ์สักที เพราะความจริงก็คือ ความก้าวหน้าเกี่ยวกับพวกผู้วิเศษของคุณน่ะ ไม่ได้มากไปกว่าการก้าวย่างขึ้นมาทีละนิดหรอก
Kahn : ไร้สาระสิ้นดี แล้วเรื่องของ อะตอมละ เขา...
Sloan : เขาก็แสดงความแข็งแกร่งให้เห็นได้ในแล็บของคุณไงล่ะ และตัวกัปตัน สตีล ก็เป็นผลงานของพ่อที่เพิ่งจะล่วงลับไปของเขาเองนะ สรุปก็คือ...มันมีความก้าวหน้า 2 ย่างก้าว แต่ก็ยังมีก้าวถอยหลังอีก 1 ก้าวไงล่ะ
Sloan : แต่ตอนนี้แผนกวิทยาศาสตร์ของคุณจะได้รับการขัดเกลาและดูแลโดยตรงจากผมเองเลยล่ะนะ คาน และอีกอย่างนะ ผมน่ะยังมีความคิดอีกมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะงั้นคุณก็อย่าตกใจไปละ ถ้าจู่ๆมันก็ใช้งานได้ก่อนที่คุณจะรู้ตัวน่ะ
Kahn : โฮ่ ฉันก็ว่างั้นแหละ แต่ก็นะ จริงๆแล้วช่วงนี้มันก็มีเรื่องให้ประหลาดใจเข้ามาตลอดนั่นแหละ
 
Sloan : ผมไม่เข้าใจคุณจริงๆนะ คาน แต่ผมก็จะเป็นคนแรกยอมรับล่ะนะ
Kahn : ไหงงั้นล่ะ
Sloan : ก็นะผมน่ะวางแผนไว้หมดแล้วไงล่ะ ผมได้ติดต่อกับสภาโลก โดยที่มั่นใจว่าคุณจะไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ก็อย่างที่รู้กันว่าคุณน่ะเป็น 1 ในคนที่มี “ศักศรีดิ์” พอที่จะต่อต้านการมาของผม
Sloan : แต่ผมก็ได้รับความไว้ใจจากสภาแล้ว...และแน่นอนว่ามันมากกว่าที่คุณได้รับในตอนนี้ซะอีก
Sloan : เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมยังเป็นคนที่ต้องการตัว แล้วดูตอนนี้สิผมกลายเป็นคนที่มีฐานะเทียบเท่ากับคุณไปแล้ว แต่คุณก็ยังสงบสติอารมณ์ของคุณได้อยู่
Sloan : เพราะงั้นคุณก็ต้องเป็นคนที่พอๆกับผม หรือไม่งั้นคุณก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนนึง และผมก็ยังไม่ตัดสินใจว่าเป็นแบบไหน ไม่ใช่ในตอนนี้
Kahn : เรื่องแรกเลยนะสโลน แกอาจจะเท่าเทียบกับฉันในสายตาของพวกสภา แต่พระเจ้ายังจะช่วยแกอีกเหรอถ้าเหล่าผู้คนและโลกได้รับถึงตัวตนของแกน่ะ และนั่นแหละคือความปราณีของฉันไงล่ะ
Kahn : ซึ่งนั่นบางทีอาจจะเป็นเพราะฉันมันเป็นไอ้โง่จริงๆก็ได้...แต่บางที
Kahn : ความฉลาดของนายอาจจะเป็นสิ่งที่ฆ่านายเองก็ได้นะ
 
จากนั้น Kahn ก็กลับมายังห้องทำงานของเขาเพื่อพบกับเวสลี่
Kahn : ถูกทำลายไปเกือบหมดงั้นเหรอ...
Kahn : ...นายแน่ใจนะเวส นั่นมันสำคัญมากเลยนะ ฉันไม่อยากจะยื่นมือเข้าไปเล่นงานสโลนเร็วเกินไป
Wesley : ไอตึกนั่นน่ะมันยังอยู่ดีก็จริง แต่ชั้นบนสุดนั่น...ไอ้ฐานลับของสโลน กับการวิจัยวิทยาศาสตร์ของเขาน่ะ...ถูกกำจัดไปหมดเลย แต่อย่าเพิ่งคิดมากเลย มันดูเหมือนเป็นงานเพื่อใครซักคนซะมากกว่าน่ะ...อย่างเช่น สเต็พเพ่นวูล์ฟ หรือไม่ก็ เอ็มเพอร์เรอร์ ลักซ์ กับพวกโลน สตาร์ของเขา หรือไม่แน่ก็อาจจะเป็น นีโอ-รัสเซียก็ได้นะ
Kahn : แต่ฉันก็หวังว่ามันไม่ได้พังก่อนที่นายจะเก็บข้อมูลของสโลนมาหรอกนะ...
Wesley : แน่นอนอยู่แล้ว และถ้าพระเจ้าจะทรงช่วยหน่อยนะ ก็ขอให้เราสามารถฟื้นความทรงจำให้กับพ่อยอดมันสมองของนายได้ละกัน นั่นคงจะช่วยให้เราเข้าใจความหมายเรื่องทั้งหมดได้เหมือนกัน
Wesley : อ้อใช่แล้ว พวกเราได้นำศพไปวางไว้แถวๆนั้นด้วยในช่วงวินาทีสุดท้าย—และก็ทำให้มันดูเหมือนกับโฮลท์ไว้แล้วด้วย—ทุกๆอย่างเลยล่ะนะ เผื่อว่าสโลนจะระแคะระคายเข้าน่ะ
Kahn : นี่นายคิดจะอยู่ข้างเดียวกับฉันจริงๆเหรอ...เพื่อที่จะต่อต้านสโลนน่ะ...แบบนั้นมันเท่ากับนายกำลังทรยศต่อสภาโลกด้วยนะ มันเรียกได้ว่าเป็นการกบฏเลยล่ะสำหรับสิ่งที่เรากำลังจะเปิดเผยมันออกมาน่ะ
Wesley : งั้นเหรอ ฉันคิดว่าเป้าหมายของกองกำลังโลก คือ การป้องกันการรุกรานต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นกับโลก ด้วยการทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นซะอีกนะ
 
Wesley : และในฐานะของหัวหน้าของเหล่ามนุษย์ทรายฉันเองก็ได้ทำอะไรบางสิ่งที่มันไม่ น่าภาคภูมิใจลงไปแล้วซะด้วย แต่ฉันเองก็ยังไม่เห็นเลยว่าโลกใบนี้จะดีขึ้นได้ยังไงถ้ามันได้รับการช่วย เหลือจากคนบ้าอย่างสโลนน่ะ
Wesley : ดังนั้น ลุยเลยอามาร์ ฉันจะช่วยนายเล่นหมากกระดานนี้เอง
Khan : ยินดีเลยล่ะเวสลี่ เพราะไอ้เกมที่นายกำลังพูดถึงน่ะ
“ ...มันจะไม่มีการเล่นแบบแฟร์ๆแน่ๆ”
หลังจบศึกใหญ่จากกรันดี้ ก็เกิดศึกภายในขึ้นอีก Alan ปฏิเสธการรวมกลุ่มกับ Hawkgirl และ The Flash แถมเธอยังไปยั่วโมโหเขา ส่วน Khan และ Sloan ก็เริ่มเดินหมากของตัวเองแล้ว ในขณะที่ Sloan มีขั้วอำนาจต่างๆสนับสนุนเขาเต็ม ฝ่าย Khan ก็ต้องเดินเกมอย่างรอบคอบ โดยมีหน่วย Sandman คอยช่วยเหลือ แล้วบทสรุปของมันจะเป็นยังไงกัน
เล่มหน้า
พักเรื่องราวของฝั่งนี้และมาดูเรื่องราวของสเต็พเพ่นวูล์ฟ
รวมไปถึงการเปิดตัวของชาวอเมซอนคนสุดท้าย Fury
 
 
เกล็ดน่ารู้ : Wesley Dodds คือ Sandman คนแรกในจักรวาลเก่า และตอนนี้เขาคือหัวหน้าหน่วยลับของ Sandman ในจักรวาลนี้
 
และเมื่อกลับมาอีกครั้งใน Earth-2 #9 จะเข้าสู่บทเปิดตัวของ Dr.Fate ใน "Power of Fate" 
 
เล่มนี้ตัวอักษรเยอะหน่อย พอดีทางผมยุ่งๆไม่ค่อยมีเวลาด้วยเลยไม่ได้ตัดหน้ามา ก็หวังว่าจะอ่านกันสนุกนะครับ
 

edit @ 23 Dec 2012 01:54:42 by Genesis

ทาง comicbookresources หรือย่อๆว่า CBR ได้มีการออกแบบสำรวจว่าแฟนๆอยากให้ตัวละครไหนมาปรากฎตัวในจักรวาล New 52 เพิ่มบ้าง ซึ่งผลสำรวจก็ได้ออกมาแล้ว และผมก็ขอนำมาให้ดูกันว่ามันมีใครบ้าง( ขอยกยอดที่รู้จักนะครับ)
 
1. Wally West (29.98%)
 
เป็นตัวละครที่แฟนๆอยากให้โผล่ออกมามากที่สุด แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีปรากฎว่าเขาจะโผล่ออกมาเลย แต่กลับมีตัวละครใหม่อย่าง Daniel West ออกมาแทน รวมถึงตัวละครอย่าง Iris เองก็ยังเป็นแค่ตัวประกอบอยู่ด้วย ทำให้โอกาสปรากฎตัวของเขายิ่งน้อยกว่าเดิมมากๆ แต่ท่าชอบจริงๆก็ติดตามเขาได้ที่ Young Justice นะครับ
 
2. Stephanie Brown (17.23%)
 
 
อีก 1 หวานใจของเรดโรบิน แต่ตอนนี้ตำแหน่ง Batgirl นั้นกลับไปเป็นของบาร์บาร่าแล้ว รวมไปถึงยังไม่มีการกล่าวถึงเธอคนนี้ขึ้นมาอีกเลย แต่ถึงยังไงก็ตามเธอก็ยังคงอีกฐานะนึงอย่าง Spoiler อยู่ทำให้เธอก็ยังน่าจะมีสิทธิปรากฎตัวออกมาเหมือนกัน ซึ่งจากคะแนนก็มีคนคาดหวังอยากให้เธอปรากฎตัวออกมาสูงล่ะนะ ต้องรอดูต่อไปว่า DC จะเอายังไง
 
3. Ted Kord (11.56%)
 
 
Blue Beetle คนแรกเพื่อนสนิทของ Buster Gold ยังคงมีแฟนของเขาที่อยากให้เขาปรากฎตัวออกมา ถึงแม้ในตอนนี้ยังคงมีหัว Blue Beetle อยู่แล้วก็เถอะ ซึ่งหลายๆคนก็คิดว่าให้เขาได้ออกมาเป็นการย้อนอดีตก็ยังดี แต่ผมคิดว่าถ้าจะเอาจริงๆเขายังมีสิทธิไปโผล่ใน Earth-2 นะ 
 
4. TIE - Donna Troy (10.36%)
 
 
 
สำหรับเธอคนนี้โดนข้ามขั้นไปเต็มๆ เพราะตอนนี้ Wonder Woman คือ Diana แต่ Wonder Girl กลับเป็น Cassie ไปเลย ซึ่งเธอก็ยังคงมีโอกาสปรากฎตัวออกมาอย่างๆน้อยๆก็มากกว่าคนอื่นๆ เพราะอาจจะมาในฐานะอย่าง Donna Troy เลย ซึ่งในตอนแรกที่มีการประกาศชาวอเมซอนคนสุดท้ายก็มีหลายคนหวังว่าจะเป็นเธอคนนี้ แต่ผลสุดท้ายก็เป็น Fury แทน
 
5. Aqualad (5.35%)
 
 
คนนี้มีสิทธิปรากฎตัวออกมาสูงที่สุด แต่เราอาจจะได้การ์ธ อควอแลดคนแรกกลับมาแทน เพราะตอนนี้เราเพิ่งได้เห็นชื่อของเขาปรากฎออกมาใน Aquaman #14 ที่เพิ่งออกไป แต่ดูเหมือนเขาจะยังเด็กอยู่ คงต้องรอดูต่อไปว่าจะเป็นไปได้มั้ย 
 
อีก 5 ตัวละครนั้นผมไม่ค่อยรู้จักเท่าไนนัก คงจะไม่ได้บอกอะไรมากนะครับ 
 
6. 4. TIE - Renee Montoya (10.36%)
 
 
7. Ralph and Sue Dibny (9.82%)
 
 
8. Majestic (3.08%)
 
 
9. Jacob Marlowe (1.22%)
 
 
10. Jackson King (1.03%)
 
 
ช่วงนี้ใกล้ปีใหม่ข่าวต่างๆอาจจะเงียบหน่อยนะครับ 
 
Credit : http://www.comicbookresources.com/?page=article&id=42777

edit @ 21 Dec 2012 23:41:50 by Genesis

[Spoil] - The Flash #14

posted on 19 Dec 2012 22:19 by bank-genesis in Spoil-Comics directory Cartoon, Entertainment
The Flash #14 : Gorilla Warfare Part 2 : Last Ape Standing 
เรื่องโดย : Francis Manapul & Brian Buccellato
ภาพโดย : Francis Manapul
 
 
The Flash ปะทะ King Grodd ที่ได้รับพลัง Speed Force
แล้วเขาจะสามารถเอาชนะมันได้หรือไม่
 
 
เทือกเขา วิรุนกา , ทางตะวันออกของแอฟริกา
เมื่อหลายศตวรรษก่อน
“วิวัฒนาการ , เหล่านักคิดผู้ยึดถือเหตุผลต่างยอมรับและเห็นด้วยว่ามันเป็นความจริง”
“และประวัติศาสตร์ก็เป็นตัวที่แสดงมันออกมา ในกาลเวลาต่างๆ แต่ละเผ่าพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงไปในระดับพันธุกรรม เพื่อเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมของโลกที่พวกมันอาศัยอยู่”
“และมันก็ไม่ใช่แนวคิดใหม่อะไรเลย Darwin เรียกมันว่า “การคัดสรรของธรรมชาติ” หรือของ Gregor Mandel นั้นมี “หลักพันธุศาสตร์” ...และนักวิทยาศาสตร์ในยุคศตวรรษที่ 21 เรียกมันว่า “การสังเคราะห์ของวิวัฒนาการแห่งอนาคต””
“แต่ในหลักการทั่วไปนั้น”
“การวิวัฒนาการก็เหมือนกับ รุ่งอรุณในยามเช้า”
“เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป”
“เว้นแต่ว่า เมื่อมันไม่ใช่ในรูปแบบนั้น”
“และฉันก็รู้ว่าในบางเวลา ...มันเกิดก็ขึ้นได้ในช่วงชั่วพริบตาเดียว”
 
“โอเค ...มันไม่ใช่แค่ว่า Grodd จะเป็นกอริล่ายักษ์ที่พูดได้ แถมพ่วงมากับเทคโนโลยีล้ำยุครวมไปถึงพละกำลังอันแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ตอนนี้เจ้าหมอนี่มันได้รับพลังของ Speed Force มาด้วย ทำให้ตอนนี้เจ้านี่เร็วขึ้นสุดๆไปเลย”
“ถ้าจะถามฉันละก็นะ มันไม่ดูเยอะไปหน่อยหรือไงกันเนี่ย”
K.Grodd : วิ่งเข้าไปตามที่เจ้าต้องการเลย เจ้าหนูตัวจ้อย ไม่มีอะไรที่เจ้าจะทำเพื่อหยุดข้าจากสิ่งที่มันเป็นของข้าได้หรอก
“และดูแล้วมันคงไม่ยอมหยุดง่ายๆแน่ จนกว่าจะเอาเขี้ยวของมาฝังลงบนมันสมองของฉันได้เนี่ย”
“ได้เวลาขึ้นนำหมอนี่บ้างแล้ว...”
“แล้วดูสิว่ามันจะตามทันมั้ย...”
ก่อนที่ The Flash จะได้ทำอย่างที่คิด ก็มีอะไรบางอย่างตกลงมาขวางทางด้านหน้าเขาไว้ก่อน
“เอาล่ะ ฉันจะถือว่านั่นเป็นคำตอบว่า “ได้” ล่ะนะ”
K.Grodd : ข้าต่างหากคืออนาคต The Flash
 
K.Grodd : ...ส่วนเจ้าก็เป็นได้พียงแค่ อาหารกลางวันเท่านั้น
โครมมมมมม!
K.Grodd ทุ่ม The Flash ด้วยรถแท็กซี่เต็มแรง แต่ Flash ใช้ความสามารถในการสั่นไหวโมเลกุลเข้าแทรกตัวรถได้ทัน และตัดสินใจสวนกลับทันทีที่ได้โอกาส
The Flash : ทำได้ดีนี่ Gordd แต่ว่าฉันน่ะไม่ได้แค่วิ่งเร็วอย่างเดียวหรอกนะ ฉันยังมีเทคนิค...
The Flash : ...หลอกล่อ  
The Flash : เกราะแขนของฉัน?
The Flash ชกเข้าใส่ K.Grodd ได้เต็มๆแต่ทว่าที่แหลกกลับเป็นชุดของ The Flash เสียเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ The Flash ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
 
สถานีตำรวจ Central City, 20 นาทีก่อน
Turbine : หมอบลง
 
Turbine ใช้พลังพายุหมุนของเขาหยุดยั้งยานของกอริล่าที่พุ่งลงมาจากฟ้าไว้ได้ และเขวี้ยงมันไปอีกทางนึง
Patty : Turbine นั่นมันอะไรน่ะ
Turbine : King Grodd แสดงว่าการรุกรานของเหล่ากอริล่าได้เริ่มขึ้นแล้ว ...และเขาก็ได้หมายตาพลัง Speed Force ของ The Flash
Darryl : นี่เธอเพิ่งพูดถึง “การรุกรานของเหล่ากอริล่างั้นเหรอ” แล้วอะไรคือเจ้า “Speed Force” นั่นกัน
Turbine : มันคือสิ่งที่มอบพลังให้กับ The Flash ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วยิ่งกว่าห้วงเวลาและอากาศ 
Turbine : อนาคตของพวกคุณนั้นขึ้นอยู่กับมันนะ Patty ผมสามารถที่จะช่วยคุณตามหาตัว Barry Allen ได้ ...แต่อันดับแรกผมอยากจะให้คุณพาผมไปหาใครสักคนที่อาจจะช่วยเหลือผมได้
Patty : นั่นฟังดูแล้วจะต้องเป็นเรื่องสำคัญมากสินะ
 
ปัจจุบันเหล่ายานของเหล่ากอริล่ายังคงตกลงมาไม่ขาดสายหน่วย
แพทย์ : เร็วเข้าซี่ Elise นายก็รู้นี่ว่าเรามีใครอยู่บนนี้
Elise : เฮ้ นั่นมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิดนะ
หน่วยแพทย์ A : ฉันก็แค่อยากจะบอกว่า ...พวกเราคงไม่อยากกลายเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบที่ทำให้สูญเสียผู้ช่วยเหลือเมือง Central City หรอกนะ
หน่วยแพทย์ B : เฮ้ ผ่อนคลายกันหน่อย Dr.Eliasอาการยังคงตัวอยู่...
หน่วยแพทย์ B : แต่เราจะทำยังไงให้ไปถึงที่นั่นอย่างปลอดภัยนี่สิ
รถพยาบาลพยายามขับฝ่าฝูงดาวตกจากยานของพวกกอริล่า อย่างยากลำบาก
 
“นี่มันบ้าจริงๆให้ตายสิ”
“ได้โปรดขอให้คุณอยู่บ้านเถอะ Iris”
“คุณ คือ คนๆเดียวที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมเลยนะ”
“ผมอยากจะให้คุณได้เห็นว่า ผมไม่ได้เป็นเด็กเลว หรืออดีตนักโทษที่เห็นแก่ตัวอีกต่อไปแล้ว”
“ผมเป็นมากกว่านั้นแล้วในตอนนี้”
Daniel วิ่งหลบฝูงกอริล่ามาถึงยังหน้าอพาร์ทเม้นท์ของ Iris 
 
และเมื่อมาถึงหน้าประตูเขาก็พังเข้าไปทันที
Daniel : Iris นี่ผมเอง Daniel
Daniel : น้องชายของคุณกลับมาแล้ว— เอ่อ Iris
และ Daniel ก็มองเห็นซองจดหมายตกอยู่บนพื้นเต็มไปหมด จึงหยิบฉบับนึงขึ้นมาอ่าน
“จากตราประทับมันส่งมาตั้งแต่ 3 เดือนก่อนแล้ว นี่มันไม่ถูกเลย...นี่เธอไปอยู่ไหนกันเนี่ย”
และเมื่อเขามองออกไปนอกหน้าต่างก็พบเปลวไฟลุกไหม้ในเมือง
“นี่ล้อกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย ฉันถูกขังแค่ไม่กี่ปีเองนะ...แล้วตอนนี้พอฉันออกมาเมืองก็แทบจะกลายเป็นนรก”
“ไม่ว่ายังไงผมก็จะตามหาคุณให้พบ พี่สาว ผมขอสัญญา”
 
ที่สนามกีฬา วานรอาวุโสตัวสุดท้ายถูกล่ามโซ่อยู่ที่นั่นและถูกติดอุปกรณ์อะไรบางอย่างที่หัว
ทหาร : เจ้าเครื่องจักรพวกนี้มันใช้การได้ท่านผู้อาวุโส จากที่พวกเราทุกๆคนเห็น ตอนนี้ Central City แทบจะกลายเป็นปล่องกัมมันตรังสีไปแล้ว เจ้าพวกมนุษย์จะโง่เขลามากหากคิดที่จะเข้าใกล้มัน
Elder : แน่นอน King Grodd ไม่เคยกังขาในพลังโทรจิตของข้าเลย เหล่าทหารเอ๋ย
Elder : แต่เพราะว่าเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆล้วนสิ้นไปแล้ว มันทำให้ข้าไม่สามารถใช้มันเพียงคนเดียวได้...ถึงแม้มันจะมีพวกเครื่องจักรเหล่านี้ช่วยก็ตาม...ข้ายังต้องการคลื่นพลังจิตมากกว่านี้..มากกว่านี้
Elder : ข้าต้องการสิ่งที่จะทำให้พลังความคิดของข้าสูบฉีดมากกว่านี้ ข้าต้องการเหล่ามนุษย์มากกว่านี้...
ทหาร : ได้เลย ท่านผู้อาวุโส...ท่านจะได้พวกมันมากกว่านี้...
“ท่านจะได้พวกมันมาจนเต็มลานแห่งนี้”
 
ที่ด้านนอกเหล่ากอริล่ามากันไม่หยุด และพวก Rogues ก็กำลังรับมือกับพวกมัน
Cold : นี่มันจะดูงี่เง่าและบ้าบอเกินไปแล้ว มันมีไอจ๋อพวกนี้กี่ตัวกันแน่เนี่ย
Glider : แล้วจะไปสนใจทำไมเล่า ถ้าพวกมันยังมากันเรื่อยๆยังไงพวกเราก็ต้องสู้ไปเรื่อยๆอยู่แล้วนี่
Cold : ก็แค่อยากจะให้มันชัดเจนสักหน่อยน่ะ น้องสาว
Weather : เอ่อ Glider แล้วก็ captain Cold ไม่ใช่ว่าไม่เคารพพวกนายนะ แต่ทั้งคู่หยุดทะเลาะกันซักทีได้มั้ยนี่มันกำลังดูแย่สุดๆเลยนะ
Heat Wave : เออเด้ มันจะมีใครคิดแผนการอะไรดีๆออกบ้างมั้ยเนี่ย
 
Cold : คราวนี้ Heat Wave พูดถูกแฮะ เราคงจะต้องวางแผนหาทางออกกันแล้วล่ะ น้องสาว...บอก Mirror master ทีว่าฉันมีแผนแล้ว
Glider : ขอบใจสำหรับคำแนะนำนะ พี่ใหญ่ ...แต่ฉันว่าฉันบอกไปแล้วนะว่านี่นะทีมฉัน
Cold : ก็แค่ตอนนี้ละน่า
Heat Wave : ถ้าพวกแกยังหยุดทะเลาะกันซักที ระวังจะไม่มีทีมร่วมสู้ด้วยนะเฟ้ย
Weather : เฮ้ พรรคพวก นั่นมันดูไม่ดีเท่าไรเลยว่ามั้ย
เหล่ากอริล่าพาตัวพวกคนธรรมดาที่จับตัวได้มาทางนี้ 
 
Cold : พวกมันกำลังพาเหล่าประชาชนไปเป็นตัวประกัน แต่โทษทีมันไม่มีทางได้ฉันไปอยู่บนนั้นแน่ๆ
Heat Wave : 1 ในพวกนายที่เรียกตัวเองว่า “หัวหน้า” น่ะคงต้องคิดอะไรก็ได้ออกมาเดี๋ยวนี้เลย
Cold : ...ใช่เลย มันจะไม่มีใครหน้าไหนมาก่อความไม่สงบในเมืองของเราได้ นอกจากพวกเราเองนี่แหละ
Glider : รอบนี้เห็นด้วยเลยแฮะ แล้วตกลงแผนของนายเป็นยังไงล่ะ Len
 
ด้าน The Flash กำลังพัวพันกับ Grodd 
K.Grodd : เจ้ากำลังปฏิเสธอะไรอยู่ Flash ถึงแม้ว่าเกราะสีแดงของเจ้าจะหลุดหลอกจากผิวหนังมนุษย์ของเจ้า ...หรือแม้กระทั่งกองทหารของข้าทำลายล้างเมืองของเจ้า
K.Grodd : เจ้าก็ยังคิดว่าตัวเองจะยังหาทางชนะได้อีกงั้นเหรอ ไม่สิ เจ้าเชื่อมั่นว่าตัวเองอาจจะเอาชนะได้ต่างหาก
The Falsh : ถึงแม้ว่านายจะได้พลังของ Speed Force มาก็เถอะ มันก็ไม่ได้ความความว่านายจะทำได้ดีหรอกนะ
K.Grodd : เจ้ายังติดใจอยู่อีกงั้นเหรอ แม้ว่าความจริงก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าบ้านของเจ้ามันตกเป็นของข้าเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะเห็นได้ชัดเจนแล้วว่าข้าคือผู้ที่จะปกครองมัน
 
K.Grodd : และเพราะอย่างนั้นแหละKing Grodd ออกแรงกระชากลวดหนามของ The Flash จนขาดกระจุย 
“นี่มันจะมากไปแล้วนะ ฉันต้องใช้อะไรกันแน่ถึงหยุดเจ้า King Grodd ที่กำลังคลั่งแบบนี้ได้”
“ฉันไม่เคยยอมรับเรื่องนี้กับเจ้า King Grodd ตัวข้างหน้านี่เลย แต่ตั้งแต่มันมีกอริล่าปรากฏออกมาทำร้ายทั้งฉันกับแม่ที่สวนสัตว์ มันก็ไม่เคยทำให้ฉันอยากจะเป็นแฟนคลับมันเลย”
“แต่มันก็เหมือนกับที่แม่เคยบอกไว้ มันไม่มีความกล้าหาญใด ที่จะเกิดขึ้นโดยปราศจากความกลัว”
“และนั่นคือสิ่งที่มอบความกล้าหาญให้กับฉันในตอนนี้”
“ฉันยังคิดว่าฉันควรจะอยู่ให้ห่างจากเจ้าหมอนี่สักพักเพื่อดูว่าพลังของ Speed Force มันจะหลุดออกจาก...”
“...ตัวเขาหรือเปล่า”
แต่สายไปแล้ว King Frodd เอื้อมมือไปขว้าตัว The Flash ไว้ได้
 
K.Grodd : ทั้งตัวแก...พลังของแก...บ้านเมืองของแก พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นของข้า King Grodd
King Grodd จับตัว The Flash ทุ่มลงไปเต็มแรง
“ตามประวัติศาสตร์ที่ได้บันทึกไว้ Speed Force นั้นได้เคยปรากฏออกมาแล้วหลายครั้ง”
“มันทำลายล้างอารยธรรมและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆในประวัติศาสตร์โลกเสียใหม่...”
“และฉันก็เป็นคนแรกที่รู้สึกได้ถึงการมาของมันโดยตรง และตั้งแต่ครั้งแรกนั่น ฉันก็ได้เห็นทุกๆอย่าง...”
 
“และในขณะที่ฉันหลงทาง ฉันก็ได้มองเห็นอดีต และฉันก็มองเห็นวิถีทางที่กำหนดไว้เพื่ออนาคตที่จะมาถึง...และมันเป็นสิ่งที่จะนำไปสู่ความมืดมิดทั้งหลาย”
“ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจที่จะลงมือ”
“ด้วยจิตใจอันเด็ดเดี่ยว ข้าก็ตัดสินใจที่จะละทิ้ง หน่ออ่อนที่กำลังจะผลิบานของอารยธรรมของเหล่ากอริล่าของข้าไป...”
Patty : นี่คุณแน่ใจนะว่าเป็นที่นี่น่ะ
Turbine : ที่นี่แหละ Patty และ Turbine มาถึงยังสวนสัตว์ เพื่อตามหาใครบางคน
“ด้วยการใช้พลังแห่งจิตใจและของกำนัลทั้งหลายจากข้า มันทำให้ตัวตนของข้านั่นอยู่เหนือกาลเวลา”
“เพื่อทำภารกิจที่ข้าเลือกแล้ว... กระโดดข้ามกาลเวลาที่ต่อเนื่องเพื่อมาส่งข้อความที่จะสามารถช่วยเหลืออนาคตของพวกเราได้”
Patty : ต้องขอขอบคุณอีกครั้งนะคะที่อุตส่าห์สละเวลามาตอบรับคำขออันแปลกประหลาดของเราน่ะ คุณ ไวท์
White : ก็ถ้าคิดดูจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้แปลกอะไรหรอกนะ โดยเฉพาะเมื่อคุณรู้ว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงด้วยแล้ว
“แต่ข้ามาถึงเร็วเกินไป”
 
White : เขาโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เมื่อ 15 ปีก่อน บางคนก็บอกว่าเขาตกลงมาจากท้องฟ้า
Patty : แล้วนี่ตกลงคุณเชื่อเรื่องนี้จริงเหรอ
Turbine : ใช่ ผมเชื่อ
White : เพราะงั้นแหละเลยไม่มีใครบอกได้ว่าเจ้าหมอนี่มันมาจากไหน แต่สิ่งที่ฉันรู้ก็คือเจ้าหมอนี่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสัตว์สงวนตามธรรมชาติแน่ๆ
“แล้วตอนที่เขาโผล่มาก็ดูเหมือนจะเป็นสัตว์ป่าที่ดุร้าย”
“ฆ่าและกินตัวละมั่ง แล้วก็เข้าโจมตีใส่รถของสวนสัตว์”
(เกิดใน The Falsh #9)
Patty : ฉันนึกว่าพวกนั้นเป็นสัตว์กินพืชซะอีก
White : ใช่พวกเขาเป็น...และเขาก็ทำมาตลอดจนถึงตอนนี้ นั่นแสดงว่ามันต้องมีอะไรที่ทำให้เขาโมโหแหงๆเลยในวันนั้น
“และต้องถือว่า”โชคดีจริงๆ”ที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ”
“และ”ไม่ว่ายังไงก็ตาม” ตอนนี้เขาก็อยู่ตรงนี้แล้ว...”
Solovar : ข้ารอคอยพวกเจ้าทั้งคู่มานานมากแล้ว ...นามของข้าคือ Solovar
 
ภายใน Speed Force พวก Iris ที่ติดอยู่ที่นี่ถูกแมธมอธไล่โจมตี จึงพยายามหาที่กำบังและเธอก็มองเห็นรถถังที่จอดอยู่
 
“แน่นอนว่า มันไม่มีความกล้าใดที่ปราศจากความกลัว”
“...แต่ว่านะครับแม่ บางครั้งแค่ความกล้ามันก็ไม่พอหรอก”
The Flash โดนอัดจนหน้ากากแตกเผยให้เห็นใบหน้าของ Barry 
The Flash : อั๊กกกกกกก
Patty : ไม่นะ เรามาถึงช้าเกินไปพวก
Patty เดินทางมาถึงด้วยพลังของ Turbine
Solovar : ไม่หรอก Patty พวกเรามีบทบาทของเราเอง และจงจำสิ่งที่ข้าได้บอกเจ้าไว้ว่าเขาจะต้องการให้เจ้าอยู่ข้างๆ
Patty : แล้วทำไมต้องเป็นเขาด้วยล่ะ ฉันยังไม่เข้าใจเลยนะเนี่ย
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน King Grodd ก็เดินเข้ามาใกล้ The Flash ที่นอนหมดทางสู้ และเอื้อมมือไปขวาป้ายหยุดรถข้างๆ และหักมันออกมา
K.Grodd : มันมักจะจบลงแบบนี้แหละ Flash
 
K.Grodd : ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว 
Patty : โอ้พระเจ้านั่นมัน...
 
DC Comics ขอภูมิใจเสนอ
 
The Flash
 
 
“Barry!!!”
King Grodd  แทงแท่งเหล็กลงไปหมายปลิดชีพของ The Flash แต่ Solovar ได้พุ่งตัวมาอย่างรวดเร็วเพื่อบังตัวเขาไว้จนโดนแท่งเหล็กนั้นเสียบทะลุเสียเอง แต่อย่างๆไรก็ตาม Barry ก็ไม่อาจจะรอดพ้นไปได้เพราะส่วนที่ทะลุตัวของ Solovar นั้นยังคงพุ่งลงมาแทงบนตัวของเขา ณ สัญลักษณ์ของ The Flash หรือนี่จะเป็นจุดจบของเขา
เล่มหน้า
ไร้ซึ่งอนาคตสำหรับ The Flash
 
คุยกันท้ายเล่ม
 
The Flash นี่ยังไม่ได้พักเลยจริงๆตั้งแต่ปะทะกับ The Rogues มาแล้วมาต่อกับ King Grodd ต่ออีก ตอนท้ายนี่น่าลุ้นจริงๆว่าจะรอดแบบไหน โดนแทงเกือบมิดด้ามแบบนั้น แถมพลังของเขาตอนนี้ทำอะไร King Grodd ไม่ได้เลยแม้แต่น้อยด้วย รวมไปถึงแผนการของ Captain Cold ที่จะทำให้ Mirror Master มีบทกับเขาเสียที
 
และก็ทำให้แน่ใจขึ้นไปอีกว่าทำไม The Flash ถึงไปช่วยพวก Justice League ไม่ได้จริงๆ แค่นี้ก็ตึงมือจะแย่แล้ว 
 

edit @ 20 Dec 2012 00:48:25 by Genesis

Tags